27
Dec
2021
สาระน่ารู้ และบทความที่น่าสนใจ
ในงานนี้ เราขนไม้ดอกไม้ประดับคุณภาพสู
และยังมีสินค้าที่เป็น Limited Edition ของเรามาจัดแสดงและจำหน่ายอีกด้
โปรโมชั่นที่ ร้านสวนเกษตร 32 (จนกว่าของจะหมด)
ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519
ปัจจุบัน เราเป็นผู้ผลิตไม้ดอก-ไม้ประดับกระถาง (Pot Plants) คุณภาพสูง ด้วยวัสดุปลูกและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ภายในพื้นที่โรงเรือนกว่า 40 ไร่
Established in 1976, we are a leading pot-plant producer in Thailand with high-quality materials all inside greenhouses.
เป็นคล้าที่มีถิ่นกำเนิดในป่าเขตร้อนแถบบราซิล มักถูกนิยมเรียกในภาษาอังกฤษว่า Calathea Network หรือคล้าโมเสกในภาษาไทย มีความสวยงามและโดดเด่นด้วยลวดลายของใบที่เป็นเส้นตัดกันคล้ายกับกระจกโมเสกสลับสีเขียวเข้ม-เขียวอ่อนทั่วทั้งใบ หน้าใบมันเงา ขอบใบเป็นหยัก ความสูงจากพื้นดินเมื่อโตเต็มที่สามารถสูงได้ถึง 60 ซ.ม. (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและวิธีการปลูกเลี้ยง)
เป็นคล้าที่ชอบแสงแบบรำไรอีกทั้งยังค่อนข้างทนทานต่อโรคและแมลง และไม่ต้องการการเอาใจใส่มากนักเมื่อเทียบกับคล้าชนิดอื่นๆ จึงเหมาะที่จะเป็นไม้กระถางสำหรับตกแต่งภายในบ้านสำหรับนักปลูกมือใหม่ค่ะ
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ (Botanical Name)
ชื่ออื่นๆ (Other Names)
ถิ่นกำเนิดดั้งเดิม (Natural Habitat)
กลุ่มไม้ฟอกอากาศ (Air Purifying)
ความสูงตามธรรมชาติ (Plant Height – Max.)
ความเป็นพิษ (Toxicity)
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช หรือ Plant Tissue Culture เป็นการขยายพันธุ์ชนิดหนึ่งซึ่งจะเลือกส่วนของพืชที่มีชีวิตที่สามารถเจริญและพัฒนาเป็นพืชต้นใหม่ได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น ส่วนยอด ส่วนตาข้าง เมล็ด ฯลฯ นำมาทำให้ปราศจากเชื้อโรคแล้วจึงเพาะเลี้ยงในวุ้นอาหารปลอดเชื้อภายใต้สภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุมให้เหมาะสมกับต้นไม้ชนิดนั้นๆ จนกระทั่งเติบโตเป็นเป็นพืชต้นใหม่ที่แข็งแรงสมบูรณ์และสามารถนำไปปลูกในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติได้นั่นเองค่ะ
ซึ่งการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย ในวันนี้เพจ Kaset 32 Farm จะมาอธิบายถึงข้อดีของการขยายพันธุ์พืชด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกันค่ะ

การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นแม่เพียงหนึ่งต้นจะสามารถขยายพันธุ์พืชได้หลายต้นในครั้งเดียว ยกตัวอย่างเช่น สามารถเพิ่มปริมาณได้ 10 เท่าจากชิ้นส่วนของต้นแม่เพียง 1 ชิ้น ต่อการย้ายเนื้อเยื่อลงอาหารใหม่ทุกเดือน เมื่อเวลา 3 เดือนก็จะสามารถผลิตต้นพันธุ์พืชได้ถึง 1000 ต้น ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตจำนวนมากได้ในเวลาที่จำกัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรได้ค่ะ

โดยปกติแล้วการขยายพันธุ์พืชตามธรรมชาติจะต้องรอฤดูกาลที่ต้นไม้นั้นๆผลิดอกออกผลจนกระทั่งเกิดเป็นเมล็ดพืช แล้วจึงเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชเหล่านั้นนำไปปลูกเป็นต้นใหม่ อย่างไรก็ตาม การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถทำได้ทุกเมื่อ จึงมีส่วนช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่สม่ำเสมอตลอดทั้งปีค่ะ

เนื่องจากการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะใช้เซลของต้นแม่นำมาเลี้ยงจนเป็นต้นใหม่ จึงสามารถคงคุณลักษณะที่ดีตรงตามสายพันธุ์ของต้นแม่นั้นๆไว้ได้ เช่น สีสันของดอก ลวดลายของใบ ความแข็งแรงของต้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาการกลายพันธุ์และช่วยควบคุมคุณภาพของผลผลิตของเกษตรกรให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้นค่ะ

การขยายพันธุ์บางวิธีอาจมี เชื้อไวรัส ไฟโตพลาสม่า และเชื้อแบคทีเรีย ที่มักติดมากับหัวพันธุ์/ท่อนพันธุ์ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้นจะสามารถเลือกใช้เซลต้นแม่ในส่วนที่ปลอดโรค ยกตัวอย่างเช่น ส่วนปลายยอด ซึ่งยังไม่มีท่อน้ำท่ออาหารที่จะเป็นทางเคลื่อนย้ายของเชื้อโรค ทำให้ได้ต้นใหม่ที่ปลอดโรคซึ่งจะช่วยลดปัญหาความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรได้ค่ะ
จากข้อมูลข้างต้น พอจะเห็นประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชกันไปแล้ว …
นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ ‘สวนเกษตร 32’ เน้นผลิตไม้กระถางทั้งหมด จากต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคุณภาพสูงค่ะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ข้อแนะนำ … สำหรับการใช้ พีทมอส เป็นวัสดุปลูกพืช
สวนเกษตร 32 – อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ตัวแทนจำหน่ายวัสดุปลูกพีทมอส กรีนเทอร์รา Greenterra – Professional Peat Moss Substrate
ข้อมูลจำเพาะอื่นๆ
ฤดูฝนจัดเป็นฤดูแห่งการเติบโตและเจริญงอกงามของพืช นอกจากปริมาณน้ำฝนและความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้น อุณหภูมิที่ไม่ร้อนจนเกินไปยังมีส่วนช่วยให้ต้นไม้ชุ่มชื่น เขียวขจี และดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ นอกจากสภาพอากาศที่แตกต่างจากฤดูอื่นๆแล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่า วิธีการปลูกเลี้ยงและดูแลไม้กระถางในฤดูฝนก็มีความแตกต่างเช่นกัน ในวันนี้ทาง สวนเกษตร 32 นำเคล็ดลับในการดูแลไม้กระถางในช่วงหน้าฝนมาฝากค่ะ

ผู้ปลูกเลี้ยงควรตรวจสอบบริเวณที่วางกระถาง เพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในจุดที่ไม่โดนลมแรงและไม่โดนฝนสาด เพื่อป้องกันต้นไม้ล้มและหักจากลมแรงหรือความเสียหายจากการที่หน้าดินถูกน้ำฝนในปริมาณมากชะล้าง อีกทั้งยังต้องแน่ใจว่าบริเวณนั้นๆมีแสงสว่างที่เพียงพอต่อต้นไม้ของเราด้วยค่ะ

โดยปรกติแล้วเราอาจได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับความถี่ในการรดน้ำต้นไม้จากพ่อค้าแม่ค้า อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูฝนจะมีความชื้นภายในอากาศอยู่มากทำให้ดินหรือวัสดุปลูกแห้งช้ากว่าฤดูอื่นๆ ผู้ปลูกเลี้ยงจึงควรที่จะตรวจเช็คความชื้นของดินก่อนทำการรดน้ำทุกครั้ง หากพบว่าผิวหน้าดินยังมีความชื้นแฉะอยู่มากอาจเว้นระยะเวลาในการให้น้ำให้นานขึ้นหรือรดแต่น้อยเพื่อไม่ให้ต้นไม้ของเราได้รับน้ำมากเกินไปจนอาจเกิดปัญหารากเน่าตามมาในภายหลังได้ค่ะ

หากพบว่าดินหรือวัสดุปลูกในกระถางมีน้ำขังชุ่มเป็นเวลานาน ควรตรวจสอบว่ากระถางที่ใช้มีรูระบายน้ำมากพอหรือไม่ หากมีรูระบายน้ำน้อยผู้ปลูกอาจพิจารณาเปลี่ยนกระถาง และในกรณีที่มีจานรองกระถางควรหมั่นเทน้ำที่ขังในจานรองทิ้งไปค่ะ

หากพบว่าผิวดินด้านบนกระถางอัดแน่นหรือมีพืชในกลุ่มมอสปกคลุมที่ผิวดิน ควรทำการพรวนดินด้านบนเพื่อเพิ่มความโปร่ง ร่วนซุยให้น้ำและอากาศไหลผ่านได้ดี อย่างไรก็ตามควรทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้รากของพืชเสียหายค่ะ

ในช่วงฤดูฝน ไม้กระถางที่ปลูกเลี้ยงภายนอกบ้านมีโอกาสที่จะได้รับน้ำฝนปริมาณมาก ซึ่งน้ำฝนเหล่านี้จะทำหน้าที่ชะล้างแร่ธาตุในดินออกไป ผู้ปลูกเลี้ยงสามารถเลือกใช้ปุ๋ยชนิดเม็ดแบบละลายช้าเพื่อป้องกันการสูญเสียธาตุอาหารในดิน และนอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้ปุ๋ยชนิดพ่นทางใบเพื่อที่พืชจะได้ดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันทีค่ะ

ปัญหาของการปลูกพืชที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นมากมักมีสาเหตุมาจากเชื้อรา หนอน หอยทาก และแมลง ผู้ปลูกเลี้ยงจึงควรหมั่นสังเกตุหากพบศัตรูพืช ควรรีบกำจัดเพื่อป้องกันการลุกลามค่ะ
หากพบว่าใบไหม้มีลักษณะเป็นวงเว้าเข้าไปในบริเวณปลายใบหรือขอบใบ หรือพบยอดเน่า ต้นเน่า นั่นอาจเป็นข้อบ่งชี้ถึงปัญหาเกี่ยวกับเชื้อราในพืช ผู้ปลูกเลี้ยงสามารถเลือกใช้เชื้อไตรโคเดอร์มาซึ่งเป็นเชื้อราชนิดดี ที่จะช่วยทำลายเชื้อราก่อโรค และเพิ่มความแข็งแรง มีความต้านทานต่อโรคให้แก่พืชของเราค่ะ (เชื้อไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อที่ไม่มีอันตรายต่อคนและสัตว์ จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดสารพิษค่ะ)
หากพบแมลงศัตรูพืช เบื้องต้นถ้ามีจำนวนไม่มากสามารถใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำผสมสบู่เหลวหรือน้ำยาล้างจานอ่อนๆ เช็ดที่บริเวณหน้าใบและหลังใบให้ทั่ว ทำซ้ำทุกๆ 4-6 วันติดต่อกัน 3-4 ครั้งจนกว่าแมลงที่กำจัดจะหมดไปค่ะ หรือหากพบแมลงในจำนวนมากสามารถเลือกใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำฉีดพ่นที่ใบและลำต้นเพื่อไล่แมลงได้เช่นกันค่ะ (วิธีการใช้และอัตราการผสมขึ้นอยู่กับคำแนะนำของผู้จำหน่ายค่ะ)
หากพบหนอนและหอยทากควรรีบกำจัดโดยการจับไปทิ้งเพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวน
เห็นไหมคะว่าการปลูกเลี้ยงต้นไม้ในหน้าฝนให้สวยงามเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไปเพียงแค่เรานำเคล็ดลับต่างๆเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ หวังว่าทุกๆท่านจะมีความสุขกับการดูแลต้นไม้และทำสวนในฤดูฝนนี้นะคะ สำหรับวันนี้แอดมินต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับบทความหน้าค่ะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
อโลคาเซีย ‘ยูคาตัน ปริ้นเซส’ ไม้ใบเขตร้อน ปลูกง่าย โตไว มีใบที่สวยงาม ลักษณะเมื่อโตเต็มที่จะสูงประมาณ 4-8 ฟุต สูงสง่าใบขนาดใหญ่ทรงหัวใจสีเขียวเข้มอมเทามีความมันเงา และมีก้านสีน้ำตาลช๊อคโกแลตแกมม่วง เลี้ยงง่ายและทนทาน สามารถปลูกได้ทั้งในที่ๆมีแสงมากและในพื้นที่แสงรำไร (เลี่ยงแดดจัดโดยตรงนะคะ เพราะอาจทำให้น้องใบไหม้ได้ค่ะ) ชอบความชื้นแต่ไม่ชอบแฉะ เหมาะแก่การจัดสวน และตกแต่งบริเวณชานบ้านหรือในบ้าน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
เฟิร์นตัวใหม่ สวย ไม่เหมือนใคร แถมยังน่ารักอีกด้วย
Antenna Fern หรือ เฟิร์นเสาอากาศสื่อรัก
เฟิร์นเสาอากาศ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Doryopteris cordata เป็นเฟิร์นที่มีลักษณะเด่นโดย มีก้านใบชูสูงคล้ายเสาอากาศซึ่งเป็นใบที่ใช้สำหรับการสร้างสปอร์และขยายพันธุ์ และจะมีใบอีกแบบหนึ่งซึ่งแผ่ปกคลุมดิน มีลักษณะใบหนารูปทรงกลมมนและเป็นหยัก ใบทั้งสองชนิดมีสีเขียวเข้ม เป็นไม้ที่เลี้ยงไม่ยาก ไม่ต้องเอาใจใส่มาก ชอบความชื้นและแสงแบบรำไร และด้วยขนาดที่กระทัดรัดจึงเหมาะที่จะปลูกเลี้ยงไว้ภายในบ้านค่ะ
