Pete Ongsuwan

หน้าวัวกระถางสายพันธุ์ฮอลแลนด์ จาก สวนเกษตร 32

สวนเกษตร 32 – อ.แม่สาย จ.เชียงราย

หน้าวัวคุณภาพจากฟาร์มในไทย ต้องที่ สวนเกษตร 32 อ.แม่สาย จ.เชียงราย!

เพราะทุกกระถางของเราผลิตจากกล้าพันธุ์นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ (ไม่ใช่ต้นที่นำมาแยกกอเอง)
และปลูกเลี้ยงภายในโรงเรือนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเทียบเท่าอุตสาหกรรมการผลิตในต่างประเทศ

ไม้กระถางของเราจึงมีความแข็งแรง ฟอร์มต้นสวย และมีความสวยงามของต้นที่ตรงตามสายพันธุ์
อีกทั้งยังทนต่อสภาพอากาศในประเทศไทยอีกด้วยค่ะ

With quality in mind, we produce and supply pot anthurium and other ornamental pot plants, all using imported materials.


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร
หน้าวัวกระถาง ควรให้ปุ๋ยเมื่อไหร่ และให้อย่างไร

หน้าวัวกระถาง ควรให้ปุ๋ยเมื่อไหร่ และให้อย่างไร

ปุ๋ยหน้าวัว ให้เมื่อไหร่!? ให้อย่างไร!?

หน้าวัว ไม้ดอกเขตร้อนซึ่งมีส่วนของฐานรองดอกที่มีสีสันสวยงาม ใบหนาและมีลักษณะเงามัน ดอกเมื่อบานแล้วมักจะอยู่ทนนานร่วมหลายเดือน สื่อถึงมิตรภาพที่มั่นคงยืนยาว จึงมักถูกเลือกใช้ให้เป็นไม้ประดับตกแต่งบริเวณบ้าน และเป็นของขวัญ-ของฝากในโอกาศพิเศษ ในปัจจุบันมีการปรับปรุงสายพันธุ์เพื่อให้สีของดอกมีความหลากหลายมากขึ้น และปรับปรุงเพื่อให้ต้นมีขนาดที่มีความกระทัดรัดเหมาะแก่การปลูกในกระถางเพื่อตกแต่งภายในบ้าน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “หน้าวัวกระถาง” นั่นเองค่ะ

ต้นหน้าวัวเป็นพืชในป่าเขตร้อนชื้น ตามธรรมชาติแล้วเป็นพืชอิงอาศัยใต้ร่มไม้ที่เติบโตและใช้สารอาหารจากเปลือกไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ผุในบริเวณที่อาศัยอยู่ และเนื่องจากเป็นพืชที่เติบโตได้ช้าหน้าวัวจึงมักจะไม่ได้ต้องการธาตุอาหารมากนัก อย่างไรก็ตามหน้าวัวตกแต่งบ้านที่ปลูกเลี้ยงในกระถางจะมีพื้นที่ของกระถางและปริมาณของวัสดุปลูกที่จำกัดจึงต้องมีการเติมปุ๋ยเพื่อคงแร่ธาตุในดินเพื่อให้ต้นหน้าวัวของเราคงความแข็งแรง-ทนต่อโรคและแมลง และยังคงความสวยงามของดอกและใบอีกด้วยค่ะ

จะเกิดอะไรขึ้นหากหน้าวัวขาดสารอาหาร?

สัญญานที่บ่งบอกถึงการขาดธาตุอาหารของต้นหน้าวัวได้แก่ ใบมีสีซีดซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการที่โดนแดดโดยตรง หรือแดดจัดจนเกินไป อย่างไรก็ตามหากต้นหน้าวัวที่เราเลี้ยงมีลักษณะใบซีดทั้งที่อยู่ในที่มีแสงรำไรอย่างเหมาะสม นั่นอาจเป็นสัญญานหนึ่งของการขาดธาตุอาหารค่ะ นอกจากนี้ยังมีสัญญานอื่นๆเพิ่มเติมเช่น สีของดอกซีด-ไม่สดใส ดอกเล็ก หรือไม่ยอมมีดอกใหม่เพิ่มทั้งๆที่ไม่ใช่ช่วงพักตัว เป็นต้นค่ะ

เราควรให้ปุ๋ยอย่างไร และบ่อยแค่ไหน?

การให้ปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นควรให้ทุกๆ 4-6 สัปดาห์ในช่วงหน้าร้อนและหน้าฝนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หน้าวัวกำลังเติบโต ร่วมกับการตัดแต่งกิ่ง-ใบ หรือการย้ายกระถางเพื่อกระตุ้นให้หน้าวัวได้ออกดอกและใบใหม่ และสำหรับในช่วงหน้าหนาวที่อากาศเย็นลง ต้นหน้าวัวจะมีการเติบโตที่ช้าลง(พักตัว)ได้บ้าง ในช่วงนี้ควรจะเว้นการให้ปุ๋ยไปก่อนค่ะ

โดยใช้ปุ๋ยที่มีสูตรเสมอของธาตุ N-P-K เช่นสูตร 16-16-16 เพื่อบำรุงต้นหน้าวัวในทุกๆด้าน อย่างไรก็ตามเนื่องจากหน้าวัวเป็นพืชที่ไม่ต้องการปุ๋ยมากนัก การให้ปุ๋ยที่เข้มข้นมากเกินไปจะทำให้ดินเค็มซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อต้นหน้าวัวได้ หากเลือกใช้ปุ๋ยน้ำเราจึงควรที่จะเจือจางลงกว่าอัตราปกติให้เหลือเพียง 1 ใน 4 เท่า หรือหากเลือกใช้ปุ๋ยเม็ดแบบละลายช้าก็ควรให้ปุ๋ยทุก 2-3 เดือน และโรยในปริมาณน้อยๆก่อนค่ะ

และหากหน้าวัวไม่ยอมมีดอกใหม่เพิ่ม หรือดอกมีสีสันที่ไม่สดใส ผู้ปลูกเลี้ยงก็สามารถสลับมาใช้ปุ๋ยที่มีอัตราส่วนของค่าโพแทสเซียม(P)สูงกว่าค่าอื่นๆควบคู่ไปด้วยเพื่อกระตุ้นการออกดอกและบำรุงดอก เช่นสูตร 8-24-24 หรือ 12-24-12

โดยวิธีการให้ปุ๋ย ควรให้ 1 วันหลังจากวันที่เราทำการรดน้ำต้นหน้าวัวตามปรกติ โดยค่อยๆรดปุ๋ยน้ำเจือจางที่เราเตรียมไว้ลงบนหน้าดินให้ทั่วจนกระทั่งน้ำทะลุผ่านรูระบายน้ำบริเวณก้นกระถางออกไป และหากมีจานรองกระถางให้เทน้ำปุ๋ยทิ้งไปอย่าให้มีน้ำปุ๋ยขังที่จานรองกระถางนะคะ

การให้ปุ๋ยหน้าวัวที่มากเกินไปจะส่งผลอย่างไร

การให้ปุ๋ยที่มากเกินไปไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อต้นหน้าวัว ปุ๋ยที่เข้มข้นมากเกินไปจะส่งผลให้ดินเค็มจะทำให้ต้นหน้าวัวมีอาการใบเหลือง ใบไหม้ ใบหลุดร่วง ก้านใบแคระแกรน อาจทำให้รากเน่า และตายได้ หากผู้ปลูกเลี้ยงให้ปุ๋ยหน้าวัวมากเกินไป สามารถแก้ไขและบรรเทาได้โดยการใช้น้ำสะอาดรดค่อยๆรดที่หน้าดินจนกระทั่งน้ำไหลผ่านก้นกระถางทิ้งไป ทำช้าๆ และทำซ้ำประมาณ 4-5 ครั้ง น้ำสะอาดจะช่วยชะล้างและนำพาแร่ธาตุส่วนเกินออกมาค่ะ

 

เห็นไหมคะว่าการดูแลต้นหน้าวัวให้คงความสวยงามไม่ใช่เรื่องยาก หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านได้ทราบและเข้าใจถึงวิธีการให้ปุ๋ยแก่ต้นหน้าวัว เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปดูแลหน้าวัวที่บ้านให้มีความสวยงาม สดใส อยู่คู่กับเราไปนานๆค่ะ


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in การดูแลต้นไม้
บ้านและสวนแฟร์ 2022 MIDYEAR ที่ ไบเทค บางนา

บ้านและสวนแฟร์ 2022 MIDYEAR ที่ ไบเทค บางนา

พบกับ "สวนเกษตร 32" ที่ งานบ้านและสวนแฟร์ 2022 MIDYEAR

เลือกช๊อป 👜 เลือกชมได้อย่างจุใจ 🛒
เพราะเรายกทัพพรรณไม้หลากหลายชนิดทั้งไม้ดอก ไม้ใบ ไม้ด่าง จากฟาร์มของเรามาไว้ให้ในงาน
พร้อมสินค้าราคาโปรที่ทำให้คุณต้องว๊าวววว 🤩
_________________________________
ทำไมถึงต้องมาเลือกซื้อต้นไม้จากบูทของเราที่งานบ้านและสวน?
☑️ สามารถเลือกต้นที่ถูกใจได้เอง
☑️ ต้นไม้ สด ส่งตรงจากฟาร์มโดยรถบรรทุกปรับอากาศ ไม่มีช้ำ
☑️ พร้อมรับโปรโมชั่นดีๆหน้างานอีกเพียบ
👉🏻 แล้วพบกันที่งานนะคะ 😉😘
_________________________________
ข้อมูลการจัดงาน
  • วันที่ : 5 – 14 สิงหาคม 2565
  • เวลา : 9.30 – 21.00 น.
  • สถานที่ : EH 98-102 ไบเทค บางนา
  • หมายเลขบูธ : B008, B009, B027, B028

แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร
แนะนำพันธุ์ไม้ Alocasia ‘Azlanii’

แนะนำพันธุ์ไม้ Alocasia ‘Azlanii’

อโลคาเซีย อัสลานิอาย (Alocasia 'Azlanii') ... สีสวย จนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ...

เป็นไม้ใบในกลุ่มอโลคาเซียที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอโลคาเซียที่หายาก มีขนาดเล็กกระทัดรัดซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนในพื้นที่ของเกาะบอร์เนียว (Borneo) ใบเป็นรูปทรงวงรีปลายใบแหลม ผิวหน้าใบเป็นมันเงามีสีเขียวเข้มเจือด้วยสีม่วงแดง ขอบใบสีขาว หลังใบมีสีม่วง เมื่อหน้าใบสะท้อนกับแสงแดดหรือแสงไฟจะเห็นสีม่วงแดงเป็นประกายชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจัดเป็นลักษณะที่โดดเด่นและเป็นเฉดสีที่พบได้ยากในไม้ใบโดยทั่วไป และด้วยขนาดที่กระทัดรัดจึงเหมาะแก่การปลูกเลี้ยงในพื้นที่ที่จำกัด เช่น ออฟฟิศ คอนโดฯ และภายในบ้าน

 

การดูแลรักษา

  • ชอบที่ๆมีแสงสว่างค่อนข้างมาก แต่ไม่ควรโดนแดดจัดโดยตรงเนื่องจากจะทำให้ใบไหม้แดดได้ สามารถวางบริเวณระเบียงหรือริมหน้าต่างที่รับแดดอ่อนๆช่วงเช้าได้ค่ะ
  • อุณหภูมิที่เหมาะสม: 15-35 องศาเซลเซียส (Celsius)
  • ชอบความชื้นแต่ไม่ชอบแฉะ รดน้ำเฉลี่ย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ (สามารถปรับเพิ่มและลดการให้นำได้โดยอิงจากสภาพความชื้นและภูมิอากาศ โดยรดน้ำเมื่อผิวหน้าดินด้านบน 1-2 นิ้วเริ่มแห้ง) ควรระวังอย่าปล่อยให้ดินทั้งกระถางแห้งจนเกินไป และหลีกเลี่ยงน้ำขังที่บริเวณจานรองกระถางเพื่อป้องกันรากเน่า
  • เติบโตได้ดีที่ความชื้นในอากาศประมาณ 40%-75% สามารถปลูกในห้องครัว ห้องน้ำ หรือในสวนร่วมกับต้นไม้อื่นๆเพื่ออิงความชื้นกัน จะทำให้ต้นไม้แข็งแรงสมบูรณ์ และมีใบที่เงางามค่ะ หากเราปลูกในบ้าน อาจช่วยเพิ่มความชื้นรอบต้นได้ด้วยการวางบนจานรองกระถางที่ใส่เม็ดดินเผาและน้ำไว้ หรือวางไว้ใกล้กับเครื่องทำความชื้นค่ะ
  • สามารถให้ปุ๋ยชนิดเม็ดละลายช้าทุก 3 เดือน และให้ปุ๋ยสูตรละลายน้ำสามารถผสมน้ำแบบเจือจางโดยลดปริมาณปุ๋ยจากอัตราส่วนหน้าฉลากลงครึ่งหนึ่ง รดลงที่ดินปลูกทุก 6 สัปดาห์ค่ะ
  • ควรเลือกใช้วัสดุปลูกที่มีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความโปร่ง และเก็บความชื้นได้ดีเพื่อป้องกันรากเน่า ยกตัวอย่างเช่น เปลือกไม้  กาบมะพร้าวสับ เพอไลท์เมล็ดหยาบ หินภูเขาไฟ และพีทมอส

 

ข้อแนะนำ

  • อโลคาเซียมักมีช่วงพักตัว ในระหว่างนั้นใบจะซีดเหลืองและหลุดร่วงไป(ทิ้งใบ) ซึ่งไม่ต้องตกใจ ในช่วงพักตัวต้นอโลคาเซียจะมีความต้องการน้ำและปุ๋ยที่ลดลง ให้ผู้เลี้ยงลดการให้ปุ๋ย และเปลี่ยนการรดน้ำจากเดิมมาเป็นรดเมื่อพบว่าดินแห้งแทนค่ะ
  • ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนกระถางบ่อยๆโดยไม่จำเป็น เนื่องจากจะเป็นการไปรบกวนระบบราก และทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงักได้ค่ะ
  • เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแสงสว่างจึงอาจมีอาการเอนเข้าหาแสงหากปลูกเลี้ยงภายในบ้าน ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการหมั่นหมุนกระถางทุกครั้งที่เรารดน้ำเพื่อให้ด้านอื่นๆได้รับแสงอย่างทั่วถึงค่ะ
  • พืชชนิดนี้สามารถก่ออาการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตาได้ และเป็นไม้ที่เป็นพิษอ่อนๆหากรับประทานเข้าไป ผู้ปลูกเลี้ยงที่มีเด็กและสัตว์เลี้ยงจึงควรระมัดระวังค่ะ
  • หากพบว่าอโลคาเซียที่เราปลูกเลี้ยงมีใบเหลืองหรือไหม้ โดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ปลูกเลี้ยงสามารถศึกษาข้อมูลได้จากบทความ ทำไมอโลคาเซีย (Alocasia) ถึงใบเหลือง !? เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขค่ะ

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ (Botanical Name)

  • Alocasia ‘Azlanii’

ชื่ออื่นๆ (Other Names)

  • อโลคาเซีย อัสลานิอาย (หรือ อัสลานี่)
  • Jewel Alocasia
  • Red Mambo

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิม (Natural Habitat)

  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เกาะบอร์เนียว)
  • South East Asia (Borneo)

กลุ่มไม้ฟอกอากาศ (Air Purifying)

  • ใช่ / Yes

ความสูงตามธรรมชาติ (Plant Height – Max.)

  • 60-80 เซนติเมตร (CM)

ความเป็นพิษ (Toxicity)

  • เป็นอัตรายหากนำเข้าปาก โปรดระมัดระวังหากมีเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • Calcium Oxalate (สารที่พบในพืชกลุ่ม Araceae) สามารถทำให้ผิวหนังและดวงตาระคายเคืองได้
  • Toxic if ingested, Keep away from small children and pets.
  • Insoluable Calcium Oxalate (found in plants of Araceae family) causes skin and eye irritant.

แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in การดูแลต้นไม้
วันหยุดเทศกาลเข้าพรรษา 2565

วันหยุดเทศกาลเข้าพรรษา 2565

แจ้งวันหยุด 12 ~ 13 ก.ค. 65 (เปิดทำการ 14 กรกฎาคม 2565)

Holiday Office Closure

Please be informed that our office will be closed during July 12 to 13, 2022.
We will reopen for regular business hours on Thursday, July 14, 2022.


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร
บ้านและสวนแฟร์ 2021 (ธ.ค.) ที่ ไบเทค บางนา

บ้านและสวนแฟร์ 2021 (ธ.ค.) ที่ ไบเทค บางนา

สวนเกษตร 32 ร่วมออกบูทที่ งานบ้านและสวน 2021 (ธ.ค.)

พบกับบูธของ “สวนเกษตร 32” ที่งาน “บ้านและสวนแฟร์ : 2021” ในวันที่ 17-26 ธันวาคม 2564 นี้
ที่ ไบเทค บางนา / บูธ A017-A018, A031-A032
เตรียมชม เตรียมช๊อป และเก็บภาพบรรยากาศสวยๆได้ภายในงาน!!!

พบกับสินค้ารายการพิเศษ จำนวนจำกัด ในงาน บ้านและสวนแฟร์

ในงานนี้ เราขนไม้ดอกไม้ประดับคุณภาพสูงเกรดพรีเมียม  และวัสดุปลูกคุณภาพ มานำเสนอแก่ทุกท่านเช่นเคย
และยังมีสินค้าที่เป็น Limited Edition ของเรามาจัดแสดงและจำหน่ายอีกด้วยค่ะ

โปรโมชั่นที่ ร้านสวนเกษตร 32 (จนกว่าของจะหมด)

  • ซื้อครบ 1,000 บาท แถม เฟิร์นแอนติกัม 3”
  • ซื้อครบ 2,500 บาท แถม ถุงผ้าสปันบอนด์
  • ซื้อครบ 5,000 บาท แถม ถุงผ้าดิบลดโลกร้อน

แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร

แนะนำ สวนเกษตร 32 (พร้อมบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร)

สวนเกษตร 32 – อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519

ปัจจุบัน เราเป็นผู้ผลิตไม้ดอก-ไม้ประดับกระถาง (Pot Plants) คุณภาพสูง ด้วยวัสดุปลูกและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ภายในพื้นที่โรงเรือนกว่า 40 ไร่

Established in 1976, we are a leading pot-plant producer in Thailand with high-quality materials all inside greenhouses.


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร
แนะนำพันธุ์ไม้ Calathea musaica ‘Network’

แนะนำพันธุ์ไม้ Calathea musaica ‘Network’

คล้าโมเสก (aka. Calathea 'Mosaic')

เป็นคล้าที่มีถิ่นกำเนิดในป่าเขตร้อนแถบบราซิล มักถูกนิยมเรียกในภาษาอังกฤษว่า Calathea Network หรือคล้าโมเสกในภาษาไทย มีความสวยงามและโดดเด่นด้วยลวดลายของใบที่เป็นเส้นตัดกันคล้ายกับกระจกโมเสกสลับสีเขียวเข้ม-เขียวอ่อนทั่วทั้งใบ หน้าใบมันเงา ขอบใบเป็นหยัก ความสูงจากพื้นดินเมื่อโตเต็มที่สามารถสูงได้ถึง 60 ซ.ม. (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและวิธีการปลูกเลี้ยง)

เป็นคล้าที่ชอบแสงแบบรำไรอีกทั้งยังค่อนข้างทนทานต่อโรคและแมลง และไม่ต้องการการเอาใจใส่มากนักเมื่อเทียบกับคล้าชนิดอื่นๆ จึงเหมาะที่จะเป็นไม้กระถางสำหรับตกแต่งภายในบ้านสำหรับนักปลูกมือใหม่ค่ะ


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in การดูแลต้นไม้