Pete Ongsuwan

วันหยุดเทศกาลเข้าพรรษา 2565

วันหยุดเทศกาลเข้าพรรษา 2565

แจ้งวันหยุด 12 ~ 13 ก.ค. 65 (เปิดทำการ 14 กรกฎาคม 2565)

Holiday Office Closure

Please be informed that our office will be closed during July 12 to 13, 2022.
We will reopen for regular business hours on Thursday, July 14, 2022.


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร
บ้านและสวนแฟร์ 2021 (ธ.ค.) ที่ ไบเทค บางนา

บ้านและสวนแฟร์ 2021 (ธ.ค.) ที่ ไบเทค บางนา

สวนเกษตร 32 ร่วมออกบูทที่ งานบ้านและสวน 2021 (ธ.ค.)

พบกับบูธของ “สวนเกษตร 32” ที่งาน “บ้านและสวนแฟร์ : 2021” ในวันที่ 17-26 ธันวาคม 2564 นี้
ที่ ไบเทค บางนา / บูธ A017-A018, A031-A032
เตรียมชม เตรียมช๊อป และเก็บภาพบรรยากาศสวยๆได้ภายในงาน!!!

พบกับสินค้ารายการพิเศษ จำนวนจำกัด ในงาน บ้านและสวนแฟร์

ในงานนี้ เราขนไม้ดอกไม้ประดับคุณภาพสูงเกรดพรีเมียม  และวัสดุปลูกคุณภาพ มานำเสนอแก่ทุกท่านเช่นเคย
และยังมีสินค้าที่เป็น Limited Edition ของเรามาจัดแสดงและจำหน่ายอีกด้วยค่ะ

โปรโมชั่นที่ ร้านสวนเกษตร 32 (จนกว่าของจะหมด)

  • ซื้อครบ 1,000 บาท แถม เฟิร์นแอนติกัม 3”
  • ซื้อครบ 2,500 บาท แถม ถุงผ้าสปันบอนด์
  • ซื้อครบ 5,000 บาท แถม ถุงผ้าดิบลดโลกร้อน

แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร

แนะนำ สวนเกษตร 32 (พร้อมบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร)

สวนเกษตร 32 – อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519

ปัจจุบัน เราเป็นผู้ผลิตไม้ดอก-ไม้ประดับกระถาง (Pot Plants) คุณภาพสูง ด้วยวัสดุปลูกและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ภายในพื้นที่โรงเรือนกว่า 40 ไร่

Established in 1976, we are a leading pot-plant producer in Thailand with high-quality materials all inside greenhouses.


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร
แนะนำพันธุ์ไม้ Calathea musaica ‘Network’

แนะนำพันธุ์ไม้ Calathea musaica ‘Network’

คล้าโมเสก (aka. Calathea 'Mosaic')

เป็นคล้าที่มีถิ่นกำเนิดในป่าเขตร้อนแถบบราซิล มักถูกนิยมเรียกในภาษาอังกฤษว่า Calathea Network หรือคล้าโมเสกในภาษาไทย มีความสวยงามและโดดเด่นด้วยลวดลายของใบที่เป็นเส้นตัดกันคล้ายกับกระจกโมเสกสลับสีเขียวเข้ม-เขียวอ่อนทั่วทั้งใบ หน้าใบมันเงา ขอบใบเป็นหยัก ความสูงจากพื้นดินเมื่อโตเต็มที่สามารถสูงได้ถึง 60 ซ.ม. (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและวิธีการปลูกเลี้ยง)

เป็นคล้าที่ชอบแสงแบบรำไรอีกทั้งยังค่อนข้างทนทานต่อโรคและแมลง และไม่ต้องการการเอาใจใส่มากนักเมื่อเทียบกับคล้าชนิดอื่นๆ จึงเหมาะที่จะเป็นไม้กระถางสำหรับตกแต่งภายในบ้านสำหรับนักปลูกมือใหม่ค่ะ


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in การดูแลต้นไม้
แนะนำพันธุ์ไม้ Alocasia ‘Zebrina’

แนะนำพันธุ์ไม้ Alocasia ‘Zebrina’

อโลคาเซีย เซบรินา (Alocasia 'Zebrina')

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ (Botanical Name)

  • Alocasia ‘Zebrina’

ชื่ออื่นๆ (Other Names)

  • อโลคาเซียม้าลาย

ถิ่นกำเนิดดั้งเดิม (Natural Habitat)

  • เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • South East Asia

กลุ่มไม้ฟอกอากาศ (Air Purifying)

  • ใช่ / Yes

ความสูงตามธรรมชาติ (Plant Height – Max.)

  • 100-120 เซนติเมตร (CM)

ความเป็นพิษ (Toxicity)

  • เป็นอัตรายหากนำเข้าปาก โปรดระมัดระวังหากมีเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • Calcium Oxalate (สารที่พบในพืชกลุ่ม Araceae) สามารถทำให้ผิวหนังและดวงตาระคายเคืองได้
  • Toxic if ingested, Keep away from small children and pets
  • Insoluable Calcium Oxalate (found in plants of Araceae family) causes skin and eye irritant

แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in การดูแลต้นไม้
ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช มีข้อดีอย่างไร?

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช หรือ Plant Tissue Culture เป็นการขยายพันธุ์ชนิดหนึ่งซึ่งจะเลือกส่วนของพืชที่มีชีวิตที่สามารถเจริญและพัฒนาเป็นพืชต้นใหม่ได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น ส่วนยอด ส่วนตาข้าง เมล็ด ฯลฯ นำมาทำให้ปราศจากเชื้อโรคแล้วจึงเพาะเลี้ยงในวุ้นอาหารปลอดเชื้อภายใต้สภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุมให้เหมาะสมกับต้นไม้ชนิดนั้นๆ จนกระทั่งเติบโตเป็นเป็นพืชต้นใหม่ที่แข็งแรงสมบูรณ์และสามารถนำไปปลูกในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติได้นั่นเองค่ะ

ซึ่งการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย ในวันนี้เพจ Kaset 32 Farm จะมาอธิบายถึงข้อดีของการขยายพันธุ์พืชด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกันค่ะ

1. สามารถผลิตต้นไม้ใหม่ได้ครั้งละมากๆ ในเวลาอันสั้น

Plant Tissue Culture

การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นแม่เพียงหนึ่งต้นจะสามารถขยายพันธุ์พืชได้หลายต้นในครั้งเดียว ยกตัวอย่างเช่น สามารถเพิ่มปริมาณได้ 10 เท่าจากชิ้นส่วนของต้นแม่เพียง 1 ชิ้น ต่อการย้ายเนื้อเยื่อลงอาหารใหม่ทุกเดือน เมื่อเวลา 3 เดือนก็จะสามารถผลิตต้นพันธุ์พืชได้ถึง 1000 ต้น ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตจำนวนมากได้ในเวลาที่จำกัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรได้ค่ะ

2. สามารถขยายพันธุ์พืชได้ตลอดทั้งปี

Plant Tissue Culture

โดยปกติแล้วการขยายพันธุ์พืชตามธรรมชาติจะต้องรอฤดูกาลที่ต้นไม้นั้นๆผลิดอกออกผลจนกระทั่งเกิดเป็นเมล็ดพืช แล้วจึงเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชเหล่านั้นนำไปปลูกเป็นต้นใหม่ อย่างไรก็ตาม การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถทำได้ทุกเมื่อ จึงมีส่วนช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่สม่ำเสมอตลอดทั้งปีค่ะ

3. พืชที่ได้จะมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนต้นแม่

Plant Tissue Culture

เนื่องจากการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะใช้เซลของต้นแม่นำมาเลี้ยงจนเป็นต้นใหม่ จึงสามารถคงคุณลักษณะที่ดีตรงตามสายพันธุ์ของต้นแม่นั้นๆไว้ได้ เช่น สีสันของดอก ลวดลายของใบ ความแข็งแรงของต้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาการกลายพันธุ์และช่วยควบคุมคุณภาพของผลผลิตของเกษตรกรให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้นค่ะ

4. ได้พืชที่ปราศจากโรค

Plant Tissue Culture

การขยายพันธุ์บางวิธีอาจมี เชื้อไวรัส ไฟโตพลาสม่า และเชื้อแบคทีเรีย ที่มักติดมากับหัวพันธุ์/ท่อนพันธุ์ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้นจะสามารถเลือกใช้เซลต้นแม่ในส่วนที่ปลอดโรค ยกตัวอย่างเช่น ส่วนปลายยอด ซึ่งยังไม่มีท่อน้ำท่ออาหารที่จะเป็นทางเคลื่อนย้ายของเชื้อโรค ทำให้ได้ต้นใหม่ที่ปลอดโรคซึ่งจะช่วยลดปัญหาความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรได้ค่ะ

จากข้อมูลข้างต้น พอจะเห็นประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชกันไปแล้ว …
นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ ‘สวนเกษตร 32’ เน้นผลิตไม้กระถางทั้งหมด จากต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคุณภาพสูงค่ะ


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร
แนะนำการใช้งาน วัสดุปลูกพีทมอส

แนะนำการใช้งาน วัสดุปลูกพีทมอส

ขั้นตอนที่สำคัญก่อนใช้งาน พีทมอส ควรทำอย่างไร?

ข้อแนะนำสำหรับการใช้ พีทมอส เป็นวัสดุปลูกพืช

  • ก่อนนำไปใช้งาน ควรนำพีทมอสออกมาตี/ขยี้ให้ฟู และพรมน้ำพอหมาดทิ้งไว้หนึ่งคืน
    เพื่อเพิ่มความชื้นในเนื้อพีทมอสให้มีความสม่ำเสมอ
  • สามารถใช้ปลูกพืชได้โดยตรง และ/หรือ ใช้ผสมกับส่วนประกอบอื่นๆตามต้องการ

 

สวนเกษตร 32 – อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ตัวแทนจำหน่ายวัสดุปลูกพีทมอส กรีนเทอร์รา Greenterra – Professional Peat Moss Substrate

  • รุ่น G4 ชนิดละเอียด เหมาะสำหรับเพาะเมล็ด เพาะกล้า
  • รุ่น G5 ชนิดกึ่งหยาบ เหมาะสำหรับใช้ปลูกพืชในกระถางขนาด 5 นิ้ว ขึ้นไป
  • รุ่น F5 ชนิดกึ่งหยาบ+ละเอียด เหมาะสำหรับใช้ปลูกพืชในกระถางขนาด 5 นิ้ว ขึ้นไป

 

ข้อมูลจำเพาะอื่นๆ

  • pH: 5.5 – 6.5
  • EC: 0.4 – 0.5 mS/cm
  • ผสมสารเพิ่มการกระจายตัวของน้ำ (Wetting Agent) ช่วยให้วัสดุปลูกเปียกง่ายและเก็บความชื้นได้นาน
  • Produced in Latvia (EU) – ผลิตในประเทศลัตเวีย (สหภาพยุโรป)
  • Conform to EN12580 European Standard – สินค้าได้มาตรฐาน EN12580 (สหภาพยุโรป)

แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in วัสดุปลูกพืช
ฤดูฝน!? ดูแลไม้กระถางอย่างไร

ฤดูฝน!? ดูแลไม้กระถางอย่างไร

6 เคล็ดลับ การดูแลไม้กระถางในฤดูฝน

ฤดูฝนจัดเป็นฤดูแห่งการเติบโตและเจริญงอกงามของพืช นอกจากปริมาณน้ำฝนและความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้น อุณหภูมิที่ไม่ร้อนจนเกินไปยังมีส่วนช่วยให้ต้นไม้ชุ่มชื่น เขียวขจี และดูมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ นอกจากสภาพอากาศที่แตกต่างจากฤดูอื่นๆแล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่า วิธีการปลูกเลี้ยงและดูแลไม้กระถางในฤดูฝนก็มีความแตกต่างเช่นกัน ในวันนี้ทาง สวนเกษตร 32 นำเคล็ดลับในการดูแลไม้กระถางในช่วงหน้าฝนมาฝากค่ะ

ตรวจสอบบริเวณที่วางกระถาง

ผู้ปลูกเลี้ยงควรตรวจสอบบริเวณที่วางกระถาง เพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในจุดที่ไม่โดนลมแรงและไม่โดนฝนสาด เพื่อป้องกันต้นไม้ล้มและหักจากลมแรงหรือความเสียหายจากการที่หน้าดินถูกน้ำฝนในปริมาณมากชะล้าง อีกทั้งยังต้องแน่ใจว่าบริเวณนั้นๆมีแสงสว่างที่เพียงพอต่อต้นไม้ของเราด้วยค่ะ

หมั่นเช็คความชื้นของดินก่อนทำการรดน้ำ

โดยปรกติแล้วเราอาจได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับความถี่ในการรดน้ำต้นไม้จากพ่อค้าแม่ค้า อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูฝนจะมีความชื้นภายในอากาศอยู่มากทำให้ดินหรือวัสดุปลูกแห้งช้ากว่าฤดูอื่นๆ ผู้ปลูกเลี้ยงจึงควรที่จะตรวจเช็คความชื้นของดินก่อนทำการรดน้ำทุกครั้ง หากพบว่าผิวหน้าดินยังมีความชื้นแฉะอยู่มากอาจเว้นระยะเวลาในการให้น้ำให้นานขึ้นหรือรดแต่น้อยเพื่อไม่ให้ต้นไม้ของเราได้รับน้ำมากเกินไปจนอาจเกิดปัญหารากเน่าตามมาในภายหลังได้ค่ะ

กระถางที่เลือกใช้ควรมีรูระบายน้ำที่เพียงพอ

หากพบว่าดินหรือวัสดุปลูกในกระถางมีน้ำขังชุ่มเป็นเวลานาน ควรตรวจสอบว่ากระถางที่ใช้มีรูระบายน้ำมากพอหรือไม่ หากมีรูระบายน้ำน้อยผู้ปลูกอาจพิจารณาเปลี่ยนกระถาง และในกรณีที่มีจานรองกระถางควรหมั่นเทน้ำที่ขังในจานรองทิ้งไปค่ะ

พรวนดินด้านบนกระถาง

หากพบว่าผิวดินด้านบนกระถางอัดแน่นหรือมีพืชในกลุ่มมอสปกคลุมที่ผิวดิน ควรทำการพรวนดินด้านบนเพื่อเพิ่มความโปร่ง ร่วนซุยให้น้ำและอากาศไหลผ่านได้ดี อย่างไรก็ตามควรทำด้วยความระมัดระวังไม่ให้รากของพืชเสียหายค่ะ

การให้ปุ๋ย

ในช่วงฤดูฝน ไม้กระถางที่ปลูกเลี้ยงภายนอกบ้านมีโอกาสที่จะได้รับน้ำฝนปริมาณมาก ซึ่งน้ำฝนเหล่านี้จะทำหน้าที่ชะล้างแร่ธาตุในดินออกไป ผู้ปลูกเลี้ยงสามารถเลือกใช้ปุ๋ยชนิดเม็ดแบบละลายช้าเพื่อป้องกันการสูญเสียธาตุอาหารในดิน และนอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้ปุ๋ยชนิดพ่นทางใบเพื่อที่พืชจะได้ดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันทีค่ะ

ไม่ลืมที่จำกำจัดเชื้อราและศัตรูพืช

ปัญหาของการปลูกพืชที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นมากมักมีสาเหตุมาจากเชื้อรา หนอน หอยทาก และแมลง ผู้ปลูกเลี้ยงจึงควรหมั่นสังเกตุหากพบศัตรูพืช ควรรีบกำจัดเพื่อป้องกันการลุกลามค่ะ

หากพบว่าใบไหม้มีลักษณะเป็นวงเว้าเข้าไปในบริเวณปลายใบหรือขอบใบ หรือพบยอดเน่า ต้นเน่า นั่นอาจเป็นข้อบ่งชี้ถึงปัญหาเกี่ยวกับเชื้อราในพืช ผู้ปลูกเลี้ยงสามารถเลือกใช้เชื้อไตรโคเดอร์มาซึ่งเป็นเชื้อราชนิดดี ที่จะช่วยทำลายเชื้อราก่อโรค และเพิ่มความแข็งแรง มีความต้านทานต่อโรคให้แก่พืชของเราค่ะ (เชื้อไตรโคเดอร์มาเป็นเชื้อที่ไม่มีอันตรายต่อคนและสัตว์ จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดสารพิษค่ะ)

หากพบแมลงศัตรูพืช เบื้องต้นถ้ามีจำนวนไม่มากสามารถใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบน้ำผสมสบู่เหลวหรือน้ำยาล้างจานอ่อนๆ เช็ดที่บริเวณหน้าใบและหลังใบให้ทั่ว ทำซ้ำทุกๆ 4-6 วันติดต่อกัน 3-4 ครั้งจนกว่าแมลงที่กำจัดจะหมดไปค่ะ หรือหากพบแมลงในจำนวนมากสามารถเลือกใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำฉีดพ่นที่ใบและลำต้นเพื่อไล่แมลงได้เช่นกันค่ะ (วิธีการใช้และอัตราการผสมขึ้นอยู่กับคำแนะนำของผู้จำหน่ายค่ะ)

หากพบหนอนและหอยทากควรรีบกำจัดโดยการจับไปทิ้งเพื่อป้องกันการเพิ่มจำนวน

เห็นไหมคะว่าการปลูกเลี้ยงต้นไม้ในหน้าฝนให้สวยงามเป็นเรื่องที่ไม่ยากจนเกินไปเพียงแค่เรานำเคล็ดลับต่างๆเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ หวังว่าทุกๆท่านจะมีความสุขกับการดูแลต้นไม้และทำสวนในฤดูฝนนี้นะคะ สำหรับวันนี้แอดมินต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่กับบทความหน้าค่ะ


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in การดูแลต้นไม้