สาระน่ารู้

แนะนำ สวนเกษตร 32 (พร้อมบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร)

สวนเกษตร 32 – อ.แม่สาย จ.เชียงราย

ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519

ปัจจุบัน เราเป็นผู้ผลิตไม้ดอก-ไม้ประดับกระถาง (Pot Plants) คุณภาพสูง ด้วยวัสดุปลูกและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ภายในพื้นที่โรงเรือนกว่า 40 ไร่

Established in 1976, we are a leading pot-plant producer in Thailand with high-quality materials all inside greenhouses.


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร
แนะนำพันธุ์ไม้ Calathea musaica ‘Network’

แนะนำพันธุ์ไม้ Calathea musaica ‘Network’

คล้าโมเสก (aka. Calathea 'Mosaic')

เป็นคล้าที่มีถิ่นกำเนิดในป่าเขตร้อนแถบบราซิล มักถูกนิยมเรียกในภาษาอังกฤษว่า Calathea Network หรือคล้าโมเสกในภาษาไทย มีความสวยงามและโดดเด่นด้วยลวดลายของใบที่เป็นเส้นตัดกันคล้ายกับกระจกโมเสกสลับสีเขียวเข้ม-เขียวอ่อนทั่วทั้งใบ หน้าใบมันเงา ขอบใบเป็นหยัก ความสูงจากพื้นดินเมื่อโตเต็มที่สามารถสูงได้ถึง 60 ซ.ม. (ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและวิธีการปลูกเลี้ยง)

เป็นคล้าที่ชอบแสงแบบรำไรอีกทั้งยังค่อนข้างทนทานต่อโรคและแมลง และไม่ต้องการการเอาใจใส่มากนักเมื่อเทียบกับคล้าชนิดอื่นๆ จึงเหมาะที่จะเป็นไม้กระถางสำหรับตกแต่งภายในบ้านสำหรับนักปลูกมือใหม่ค่ะ


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in การดูแลต้นไม้
ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

ข้อดีของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช มีข้อดีอย่างไร?

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช หรือ Plant Tissue Culture เป็นการขยายพันธุ์ชนิดหนึ่งซึ่งจะเลือกส่วนของพืชที่มีชีวิตที่สามารถเจริญและพัฒนาเป็นพืชต้นใหม่ได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น ส่วนยอด ส่วนตาข้าง เมล็ด ฯลฯ นำมาทำให้ปราศจากเชื้อโรคแล้วจึงเพาะเลี้ยงในวุ้นอาหารปลอดเชื้อภายใต้สภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุมให้เหมาะสมกับต้นไม้ชนิดนั้นๆ จนกระทั่งเติบโตเป็นเป็นพืชต้นใหม่ที่แข็งแรงสมบูรณ์และสามารถนำไปปลูกในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติได้นั่นเองค่ะ

ซึ่งการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลาย ในวันนี้เพจ Kaset 32 Farm จะมาอธิบายถึงข้อดีของการขยายพันธุ์พืชด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกันค่ะ

1. สามารถผลิตต้นไม้ใหม่ได้ครั้งละมากๆ ในเวลาอันสั้น

Plant Tissue Culture

การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นแม่เพียงหนึ่งต้นจะสามารถขยายพันธุ์พืชได้หลายต้นในครั้งเดียว ยกตัวอย่างเช่น สามารถเพิ่มปริมาณได้ 10 เท่าจากชิ้นส่วนของต้นแม่เพียง 1 ชิ้น ต่อการย้ายเนื้อเยื่อลงอาหารใหม่ทุกเดือน เมื่อเวลา 3 เดือนก็จะสามารถผลิตต้นพันธุ์พืชได้ถึง 1000 ต้น ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตจำนวนมากได้ในเวลาที่จำกัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรได้ค่ะ

2. สามารถขยายพันธุ์พืชได้ตลอดทั้งปี

Plant Tissue Culture

โดยปกติแล้วการขยายพันธุ์พืชตามธรรมชาติจะต้องรอฤดูกาลที่ต้นไม้นั้นๆผลิดอกออกผลจนกระทั่งเกิดเป็นเมล็ดพืช แล้วจึงเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชเหล่านั้นนำไปปลูกเป็นต้นใหม่ อย่างไรก็ตาม การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสามารถทำได้ทุกเมื่อ จึงมีส่วนช่วยให้เกษตรกรมีผลผลิตที่สม่ำเสมอตลอดทั้งปีค่ะ

3. พืชที่ได้จะมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนต้นแม่

Plant Tissue Culture

เนื่องจากการขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะใช้เซลของต้นแม่นำมาเลี้ยงจนเป็นต้นใหม่ จึงสามารถคงคุณลักษณะที่ดีตรงตามสายพันธุ์ของต้นแม่นั้นๆไว้ได้ เช่น สีสันของดอก ลวดลายของใบ ความแข็งแรงของต้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาการกลายพันธุ์และช่วยควบคุมคุณภาพของผลผลิตของเกษตรกรให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้นค่ะ

4. ได้พืชที่ปราศจากโรค

Plant Tissue Culture

การขยายพันธุ์บางวิธีอาจมี เชื้อไวรัส ไฟโตพลาสม่า และเชื้อแบคทีเรีย ที่มักติดมากับหัวพันธุ์/ท่อนพันธุ์ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ อย่างไรก็ตาม การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้นจะสามารถเลือกใช้เซลต้นแม่ในส่วนที่ปลอดโรค ยกตัวอย่างเช่น ส่วนปลายยอด ซึ่งยังไม่มีท่อน้ำท่ออาหารที่จะเป็นทางเคลื่อนย้ายของเชื้อโรค ทำให้ได้ต้นใหม่ที่ปลอดโรคซึ่งจะช่วยลดปัญหาความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรได้ค่ะ

จากข้อมูลข้างต้น พอจะเห็นประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชกันไปแล้ว …
นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ ‘สวนเกษตร 32’ เน้นผลิตไม้กระถางทั้งหมด จากต้นกล้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อคุณภาพสูงค่ะ


แชร์หน้านี้
Posted by Pete Ongsuwan in ข่าวสาร